2008/Mar/24

 อ่า..  เอิ่ม สืบเนื่องจากมีเหตุขัดข้องเล็กน้อยเลยต้องเอามาลงที่นี่
เอาว่า พ่อแม่พี่น้อง อย่าสนใจเลย....
(ไอ้ที่น่าสนคงเป็นข้างล่างเอนทรี่มากกว่า)

ขี้เกียจอธิบาย แปะทิ้งๆไว้ล่ะนะ ไม่มีเวลา ฮ่าๆๆๆ

ใครสนใจก็อ่านเล่นๆได้ แต่คงไม่ได้อะไรหรอกมั้ง อืมมม
ปล. ไม่รู้ทำไม พอมานั่งอ่านแล้วมันคิดถึงใคร(หลายๆ)คนแหะ



++Hey! Boy! I need you!++

Part 9...

“สะ!! สี่สิบเอ็ดองศา!!”  เสียงอุทานดังลั่นไปทั่วห้องพยาบาล 
สถานที่อีกหนึ่งภายในโรงเรียนที่ดูท่ายูสุเกะคงจะต้องหาซื้อไว้ซักที่
เพราะรู้สึกจะต้องใช้บริการบ่อยเหลือเกิน

“บ้ารึเปล่าวะเนี่ย ถ้าเป็นคนธรรมดาป่านนี้ช็อคไปแล้ว! นี่นายจะมาโรงเรียนทำไม!” 
ฮิซาโตะหันมาตวาดใส่เจ้าคนนอนหอบแฮ่กๆหมดแรงข้าวต้ม
แถมยังไม่เจียมสังขารดันเสนอหน้าตื่นมาตามหารักซะตั้งแต่เช้า

“แฮ่ก...แฮ่ก....”

“ชั้นเข้าใจว่านายอยากมาเจอเคตะ....แต่ว่านายจะไม่กลับบ้านจริงๆน่ะ” 
ฮิซาโตะมองคนเป็นพี่ที่กำลังปรือตาขึ้นลงอย่างเหนื่อยอ่อน

“กลับไปให้ที่บ้านเค้าตรวจซักหน่อยดีกว่ามั้ย หรือจะให้ชั้นเรียกคุณอาฮิโตมิมา”

ถึงปากจะบอกว่าจะพายูสุเกะเข้าโรงพยาบาล
แต่ก็ลืมไปว่าโรงพยาบาลมันก็เครือของที่บ้าน ใครมันจะอยากกลับไปให้พ่อกับแม่
ระดมพลหอบหมอมาหมดทั้งเครือเพื่อรักษาไข้ให้ลูกชายกันล่ะ
มีหวังได้วุ่นวายกันทั้งโตเกียวแน่ๆ

คิดๆแล้วก็ขำ บอกยูไปยังงั้นแหละ
เผื่อมันจะช่วยให้ความรักของพี่เค้าสมหวังขึ้นมาบ้าง

หัวเราะหึๆไปพลาง เขย่าปรอทวัดไข้ไปพลาง
ฮิซาโตะไม่แน่ใจ ปรอทวัดไข้มันใกล้เจ๊งหรือพี่เค้าใกล้ตาย...
อันไหนถูกก็ไม่น่าใช่พอๆกัน

“ฮิ.... ฮิซาโตะ~....เรียก.........”    ยูสุเกะพยายามพูด แต่เสียงที่ออกมาจากลำคอนั้น
เบาเสียจนฮิซาโตะต้องเขยิบเข้าไปฟังใกล้ๆ

“หืม...จะให้เรียกเคตะมาเหรอ” 

“เรียก.....เรียก......”

“ฮะ...ได้ยินไม่ชัด ขออีกทีซิ” 
คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆ เมื่อกี๊ได้ยินอะไรประหลาดๆเหมือนหูฝาดเลยลองอีกครั้ง

“เรียก...ชั้นว่าพี่ชายซิ”

“...........................”

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด..

“เอ่อ....ฮัลโหล คุณอาฮิโตมิเหรอฮะ ช่วยมาดูอาการพี่ผมด่วนเลยนะ”  

(หมายเหตุ : ช็อคไปแล้ว)

........................................
...................................................
......................................................................................................

“นายนี่มันจริงๆเลยน้า” 
ฮิซาโตะก้มลงนั่งข้างเตียงก่อนจะคว้าปรอทวัดไข้ยัดเข้าไปในปากของคนเป็นพี่
อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ลงไปนอนหงายหลังหมดสภาพอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

เจ้าคนเป็นพี่ที่นอนเหงื่อซก หน้าซีดกำลังยิ้มเผล่เหมือนเด็กถูกใจที่ได้ของเล่นใหม่
ยังไงยังงั้น  ท่าทางเจ้าตัวคงรู้สึกสนุก เพราะไม่ได้เป็นไข้มานานแล้ว...

ฮิซาโตะถอนหายใจพรืดก่อนจะเอนตัวนั่งพิงกับพนักเก้าอี้ 
พลางถอนหายใจอย่างปลงๆ

นี่แหล่ะ อิซากิ ยูสุเกะ ใครกันที่บอกว่าพี่เค้าเย็นชา น่ากลัว ไม่จริงเลย...
ด้านนี้ของยูสุเกะมีแค่ฮิซาโตะเท่านั้นแหล่ะที่รู้…ด้านที่อ่อนแอ(และบ้าๆบอๆ)
[ด้านที่ยั่วๆก็มีแค่เคตะคนเดียวที่ได้เห็น]

“ฮิซัท....เรียกชั้นว่าพี่ชายซิ”

ดูมัน....จะสลบอยู่แล้วยังจะมาเล่นอยู่อีก...แถมเรียกชื่อซะน่ารักเชียว

“นอนไปๆ แล้วก็เงียบซะที อีกเดี๋ยวเคตะก็คงจะมาแล้ว”

“น่า....เรียกชั้นว่า...พี่ชายเหมือนเมื่อก่อนทีสิ” 
ร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงยังคงเล่นไม่เลิก

“จะเรียก ไอ้บ้า! หุบปากแล้วนอนได้แล้ว”
ฮิซาโตะตวาดใส่ก่อนจะจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าไอ้ตัวปากดีซะ

ปกตินิ่งเงียบเป็นป่าช้า พอเป็นไข้ล่ะเป็นบ้าขึ้นมาเลยรึไงวะ!

ยังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้ต้องรีบไปหาเหยื่อคนใหม่มาแทนตัวเขาซะก่อน..
ยูสุเกะ อิซากิ..ยามที่คนๆนี้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ที่สุดในตอนนั้นจะกลายเป็นเหยื่อให้แกล้งเล่นไปโดยปริยาย
อย่างน้อยๆขอแค่เคตะมาแล้วเท่านั้น ตัวเค้าจะได้หลุดพ้นซะที

ร่างสูงคิดหนัก พลางสายตาชำเลืองมองร่างของพี่ชายที่บัดนี้นอนนิ่ง
เพราะเค้าจัดการเอาผ้าห่มปิดหน้ามันเอาไว้

อยากจะทิ้งมันเอาไว้ แต่เกิดตายขึ้นมาล่ะไม่รู้จะเป็นยังไง
ก็เจ้าตัวคนพี่ไม่ค่อยจะได้เป็นไข้ แต่พอเป็นทีก็เป็นหนักมันซะอย่างนี้
ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เสียงเคาะประตูจากข้างหลังก็ดังถี่จนฮิซาโตะต้องเหลียวหลัง

“โฮะ โฮะ โฮะ เหยื่อมาแล้ว~~~”
หัวเราะร่าพลางวิ่งถลาไปเปิดประตู

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ระบายมอบให้ทันทีที่เห็นคนตรงหน้า
ทาจิบานะ เคตะ มาตามคำเรียกร้องจริงๆด้วย

หึ..ใจตรงกันชัดๆ....แล้วมันจะกังวลหาพระแสงอะไร..

เหล่หางตาเข้าไปในห้องก่อนจะหันกลับมามองร่างเล็กที่ยืนหอบอยู่ข้างหน้า
แล้วว่าพลางยิ้ม..

“นาย...มาช้า”

คาดโทษทันทีจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก

“ช้าบ้าอะไร แล้วไง ไหนล่ะยูสุเกะ เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
เคตะกระแทกเสียง คิ้วเรียวกระตุกหงึกๆอย่างพยายามข่มอารมณ์

“ก็..หลับไปแล้ว ตอนแรกว่าจะเรียกรถพยาบาล แต่หมอนั่นบอกไม่ให้เรียก
คิดดูเถอะ ช่วงนี้เจ้านั่นโหมงานดึกเกือบทุกวัน เป็นแบบนี้มาอาทิตย์กว่าแล้ว
ไหนจะต้องเตรียมงานโรงเรียนในเดือนหน้า ประชุมสี่สภา งานภายใน
แล้วไหนจะยัง...”

ฮิซาโตะเว้นช่วง...

“ยังต้องคอยเอาแต่คิด...”

เคตะเลิกคิ้ว

“คิด...เรื่องของนาย”

หน้าคนฟังแดงซ่าน! ก่อนเจ้าตัวจะรับไม่ได้แล้วผลักคนตรงหน้าแทบกระเด็น

“ไอ้! ไอ้บ้า!!! พูดบ้าอะไร ห๊ะ!!!”

ปฎิกิริยาที่ฮิซาโตะขำแทบกลิ้ง ก่อนจะหลีกทางให้เคตะเข้าไปในห้อง

“รู้อะไรมั้ย เค้าบอกว่า ถ้าจูบคนที่เป็นไข้จะสามารถเป็นไข้แทนคนๆนั้นได้” 

น้ำคำที่คนฟังสะดุ้งสุดตัวอีกรอบ!

“มาบอกชั้นทำไมวะ!”

“อ้าว ก็ที่ยูสุเกะเป็นไข้แทนนาย ก็เพราะไปจูบนายไม่ใช่รึไง
เพราะงั้น..นายต้องรับผิดชอบ”

กล่าวเสร็จก็ยิ้มอย่างถูกใจแล้วเดินจากไป...
ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ที่ยังไม่ได้ถอดสลักเอาไว้ลูกเบ้อเริ่ม..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงฝีเท้าย่าวก้าวเข้ามาในห้อง
ก่อนจะตามด้วยเสียงของประตูชั้นที่สามที่เลื่อนปิดอัตโนมัติ

ร่างสูงใหญ่เลิกคิ้วอย่างสงสัยในความเงียบ ก่อนจะเดินดุ่มๆมาจนสุดห้อง..
เบนสายตามาทางกลุ่มกรรมการนักเรียนทั้ง8 ที่กำลังนั่งสุมหัวหน้าตาเครียดหนัก
ท่าทางดูอึดอัดอย่างกับกำลังเสียไพ่

ยังไม่ทันได้ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ไอ้แมวอากิระก็วิ่งแจ้นเข้ามาหน้าตาเหรอหรา
ปากเอ่ยถามฉับไวอย่างสงสัย

“รุ่นพี่ฮิซาโตะ ประธานเป็นยังไงบ้าง”
“อือ...อาการหนักเอาการ..แต่อีกซักพักคงจะเป็นหนักขึ้นเพราะยาที่ให้กินไป
จะทำให้ยูสุเกะปวดหัวมากขึ้นกว่าเดิม ก็ต้องให้เค้าทนไปอีกซักพักเพราะเดี๋ยว
ไข้ก็จะลด คิดว่าคงไม่น่าเป็นอะไรมาก เพราะยาของที่บ้านชั้นเองด้วย”

“งั้นงานคราวนี้ก็ต้องเลื่อนออกไปล่ะสิ”

“หือ...ไม่เลื่อนหรอก...งานที่พวกเราจะลงมือทำน่ะมันอาทิตย์หน้า
ส่วนวันนี้ที่เรียกมาแค่จะบอกรายละเอียดเท่านั้น”
ฮิซาโตะพูดพลางหยิบพัดสีขาวออกมาคลี่แล้วยิ้มบางๆ

“อาทิตย์หน้า? งานอะไร? ที่ไหน?”

“วันที่7 งานเต้นรำ การประชุมสี่สภา ที่คิตะ”

สิ้นเสียงฮิซาโตะ ทุกคนถึงกับหันมาทำตาเบิกกว้าง
ก่อนที่ยูจะเอ่ยถามคำถามที่ทุกคนกำลังสงสัย

“เดี๋ยว..ฮิซาโตะ...ไอ้ประชุมน่ะพอเข้าใจแต่เต้นรำนี่..อย่าบอกนะว่า..”

“ใช่ พวกนายฟังไม่ผิดหรอก ปีนี้พวกเราจะต้องเข้าร่วมงานเต้นรำที่โรงเรียน
สตรีแห่งเดียวของสี่ผู้นำกาคุเอน โรงเรียนหญิงล้วนคิตะโอรัง นั่นแหล่ะ”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงเข็มนาฬิกาดังติ๊กๆ ภายในห้องที่เงียบแสนเงียบ..
ก็เมื่อในห้องมีเพียงชายหนุ่มที่นอนสลบไสลอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวกับอีกหนึ่ง
(สาว?)ที่เอาแต่นั่งเงียบกริบอยู่บนเก้าอี้อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรหรือไปไหน

'เหอะ เป็นไงล่ะ มาจูบชั้นเองนะ สมน้ำหน้า ได้รับเชื้อหวัดจากชั้นไปเต็มๆเลย'
นั่งเงียบเรียบร้อยก็จริงอยู่แต่ในใจสบถไปไม่รู้รอบที่ร้อยเท่าไหร่แล้ว...

เคตะไล่สายตามองร่างที่นอนเงียบอยู่ตรงหน้า...
ยูสุเกะดูอ่อนล้า ริมฝีปากและใบหน้าก็ดูซีดเผือดได้ถึงเพียงนั้น...

“..............”

ให้ตายสิ...

เป็นอะไรมากไหมนะ

กินยาหรือยัง...

พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า...

“..................................”

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจตัวเอง..
ทำไม...ทำไมเค้าถึงมาที่นี่..
ทำไมต้องเป็นห่วงแสนห่วงยามที่รู้ว่า คนๆนี้กำลังทรุดหนัก
ทำไม...ต้องคอยชะเง้อมองหายามที่ไม่เห็นหน้า...

สายตาที่เฝ้ามองเริ่มหรี่ลงช้าๆ...

'ชั้นควรจะทำอะไร ทำยังไงดีล่ะ'

เหนื่อย...กับหัวใจของตัวเองที่ยังไม่รู้คำตอบ
เหนื่อย....กับความเจ็บปวดที่ตอนนี้เจ็บแทนคนๆนี้เสียเหลือเกิน

ยิ่งเห็นร่างที่เริ่มกระสับกระส่ายตรงหน้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย..

“.......................”

“หือ...”    คิ้วเรียวขมวดอย่างสงสัย ทำไมยูสุเกะเหงื่อออกมากอย่างนั้น?

นั่งนิ่งๆเหมือนจะรอดูปฏิกิริยาต่อ...แต่ก็ต้องชะโงกหน้าไปมองอีกครั้ง

เหมือนยูสุเกะจะตื่น?

..ไม่ใช่นี่..

“เฮ้ย ยูสุเกะ เป็นอะไรหรือเปล่า”  เรียกเบาๆ..

“ยูสุเกะ เฮ้.....”   เรียกดังขึ้นอีกนิดก่อนจะเอานิ้วจิ้มๆ

“เฮ่ย! ยูสุเกะ!!”

“............”

ไม่ได้ยิน??  นี่อาการแย่ขนาดตะโกนใส่กรอกหูยังไม่ได้ยินงั้นเรอะ!

ยูสุเกะหายใจแรงขึ้น  ร่างทั้งร่างขยับกระสับกระส่ายอย่างคนหลับไม่สนิท
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพราวเต็มใบหน้าและลำคอ อาการดูทุรนทุรายอย่างเห็นได้ชัด..

ยูสุเกะดูทรมาน เคตะเริ่มนั่งไม่ติด เขาตกใจ!

'ทำไงดีๆๆๆ'

ว่าแล้วก็เริ่มวิ่งพล่านไปทั่วทั้งห้อง 
มือสองข้างกุมหัวอย่างคนพยายามคิดหาทางแก้ปัญหา 
แล้วทำไมไม่ไปโรงพยาบาลเนี่ย มานอนทำไมห้องพยาบ๊าน~!!

ร่างสูงสีหน้าแย่ลงเรื่อยๆ เหงื่อเย็นๆไหลอาบจนเสื้อตัวนอกเปียกชุ่ม
ร่างกายของยูสุเกะกำลังปรับอุณหภูมิ แต่ดูเหมือนตอนนี้เจ้าตัวจะเริ่ม
มีอาการปวดหัวจนแทบคลั่ง

เคตะหยุดมองสีหน้าของยูสุเกะที่บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวทรมานขนาดไหน
อาจจะทรมานมากกว่าตอนที่เค้าป่วยเป็นร้อยๆเท่าก็ได้
เพราะคนที่เคยมีฉายาว่าประธานจอมเย็นชาหน้านิ่งคนนั้น บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยว
ไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่คนมองไม่อยากคิด ถึงระดับความทรมานที่ได้รับ

“อึก....” 

เสียงครางอย่างทรมานดังแผ่วเบาแต่คนฟังกลับได้ยินชัด
ความรู้สึกเป็นห่วงอย่างถึงที่สุดพุ่งวูบขึ้นมาจนเคตะต้องรีบเข้าไปเอามือ
เสยผมของอีกฝ่ายแล้วจับหน้าผาก ก่อนจะต้องชักมือกลับด้วยความเร็วสูง
เพราะมัน...ร้อนเป็นไฟ

“ยูสุเกะ!!!”

“ยูสุเกะ!! ได้ยินชั้นมั้ย!?? ยูสุเกะ ตอบสิ!!” 
ร่างเล็กเริ่มเขย่าร่างสูงอย่างพยายามเรียกสติ ยูสุเกะยังไม่หลับ
แต่สติที่รับรู้ก็คงมีไม่มากเท่าๆกับการนอนแล้วเข้าสู่การฝันซักเท่าไหร่

แล้วถึงยูสุเกะจะรับรู้ เจ้าตัวเองก็ไม่มีแรงเหลือแม้แต่เพียงนิด
ไม่มีแรงแม้แต่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมามองหน้าคนที่อยากเห็นหน้าตอนนี้มากที่สุด

“ยูสุเกะ!”  เคตะเริ่มใจหาย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคนตรงหน้าต้องแย่แน่ๆ
เขารีบวิ่งไปที่ประตู ก่อนจะตะโกนเรียกบรรดาเพื่อนๆที่น่าจะรวมหัวกันอยู่นอกห้อง

ไม่มี!?

คนอื่นล่ะ!

ไม่อยู่!?

“บ้าจริง!!”  เคตะสบถ ก่อนจะเริ่มคิดหาทางออกอย่างเร่งด่วน
แต่พลันความคิดก็ต้องหยุดชะงัก
เมื่อร่างที่นอนไร้สติอยู่ในห้องเริ่มเพ้ออะไรบางอย่างออกมา

“ค....”

“ห๊ะ!”    ร่างบางหันกลับมามองคนในห้อง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปที่เตียง

“อะไร ยูสุเกะ นายต้องการอะไร บอกชั้นสิ เจ็บตรงไหน”

เคตะบีบมือคนที่ยังคงนอนอย่างไม่รู้ตัวแน่น
มือทั้งสองข้างเริ่มเปียกชุ่มไปพร้อมๆกับเหงื่อของอีกฝ่าย

“เคตะ...อึก..”

เสียงเพ้อด้วยพิษไข้ของยูสุเกะดังแผ่วเบามาให้เจ้าของชื่อใจสั่น
ยูสุเกะเพ้อถึงเขา...มันรู้สึกแปลกๆ มันหวานเลี่ยนๆในอกยังไงไม่รู้...
แต่ความเป็นห่วงมีมากกว่าจะมัวมานั่งคิดเรื่องไร้สาระ

เจ้าตัวจึงตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ แล้วลุกขึ้นยืนทันที
ทันใดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เคตะรับสายอย่างร้อนรน ก่อนจะรีบตวาดลงไป

“ฮิซาโตะ! นายไปมัวทำบ้าอะไรอยู่ที่ไหน พี่ชายนายจะตายอยู่แล้วนะเฟ้ย!!”

“เฮ้ย! หยุดก่อนๆอย่าตะโกนเสียงแหลมขนาดนั้น ฟังก่อน!
ชั้นโทรเรียกรถพยาบาลแล้ว คงอีกซักสิบนาทีกว่าจะไปถึง(แหลสด)
ระหว่างนั้นนายก็ดูแลยูสุเกะไปก่อนแล้วกัน ชั้นให้ยูสุเกะกินยาไปแล้ว
นายก็นั่งเฝ้าหมอนั่นไปพลางๆก่อนนะ แค่นี้ล่ะ”

“อ้าวเฮ้ย! เดี๋ยวๆ”  เคตะว่าพลางตะโกนด่ากรอกหูโทรศัพท์
ดีที่ปลายสายเค้าไม่รับฟัง แถมดันตัดสายไปเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้บ้า แล้วทำไมไม่เฝ้าเองล่ะโว้ย นี่พี่นายไม่ใช่เรอะ!!”
 
“แฮ่ก แฮ่ก อึก...”   ยูสุเกะเริ่มหอบ คนรับหน้าที่พยาบาลจำเป็นหันหน้ากลับ
ไปมองอย่างเริ่มใจไม่ดี ถึงได้ต้องกระวีกระวาดคว้าอ่างน้ำแถมผ้าขนหนูมาเช็ดตัว
ให้ร่างสูงอย่างเร่งด่วน

เลี่ยงไม่ได้...เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ตายสิ
ถอดเสื้อให้ยูสุเกะไปพลาง หน้าก็ขึ้นสีไปพลาง

ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่นอกจากของตัวเองแล้วก็ไม่เคยเห็นของคนอื่นเลยนี่!
ไม่ได้อยากมองนะ!! แต่มันจำเป็น!!

ร่างบางค่อยๆเช็ดตัวให้ยูสุเกะช้าๆ คิ้วเข้มของร่างสูงเริ่มขมวดจนชิดเมื่อรับรู้
จากสัมผัสได้ว่าใครบางคนกำลังอุกอาจทำอะไรกับร่างกายที่ขยับไม่ได้ของเค้าอยู่

ทำยังไงต่อดีล่ะ..
ถึงจะเช็ดตัวไปแล้วแต่เหงื่อก็ยังออกมากขนาดนั้น

เคตะนั่งลงข้างๆเตียง สีหน้าแสดงความเจ็บปวดแทนอย่างเห็นได้ชัด
ยูสุเกะตัวร้อนเป็นไฟ แถมดูจะทรมานมากขนาดนี้ แต่เค้ากลับทำอะไรไม่ได้
ทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง

“บ้าจริง...อย่าเป็นอะไรไปนะ...” 
เคตะส่งเสียงกระซิบ และราวกับยูสุเกะจะรับรู้
เมื่อมือใหญ่บีบมือกลับมาเบาๆ เบาเสียจนเคตะไม่รู้สึกตัว

---ถ้าจูบล่ะก็ จะสามารถเป็นไข้แทนคนๆนั้นได้ ---

เสียงงี่เง่าจากประโยคงี่เง่าของคนเป็นรองประธานแว่บเข้ามาในหัว
ถึงมันจะงี่เง่าแค่ไหน แต่ถ้าเป็นทางเลือกที่อาจจะเป็นเพียงทางเดียวที่เหลืออยู่
มันก็คุ้มค่าพอที่จะลองเสี่ยง...ไม่ใช่หรือ

เคตะหลับตาลงอย่างคนตัดสินใจได้ ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
แล้วค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆยูสุเกะ 

ใกล้...เสียจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของคนตรงหน้า เคตะเท้ามือลงไป..
แพขนตาหนาค่อยๆขยับลงช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะประทับลงไปแผ่วเบา..
แต่เนิ่นนาน..

นานมากพอที่จะทำให้ใครบางคนรู้สึกตัว

เคตะค่อยๆปรือตาขึ้นช้าๆก่อนจะต้องเบิกโพลง!
เมื่อร่างสูงที่นอนให้จูบอยู่นั้นลืมตาขึ้นมองอย่างฉงน
แม้จะดูเหนื่อยอ่อน แต่ประกายไหวระริกในนัยน์ตานั่นยังเหมือนคนเดิมไม่มีผิด!

เคตะผลักยูสุเกะออกก่อนจะถอยกรูด ถลาไปยืนชิดติดผนัง ห่างจากเตียงราวๆ5เมตร
ก็ห้องมันกว้างแค่นั้น หากกว้างซัก100เมตร เคะเองก็คงวิ่งผลัดไปหลบมุมไหว
เพราะความอายมันพุ่งวูบเสียจนหน้างี้แดงฉ่า อยากจะหันไปคว้าผ้าม่านมาพันตัวเล่น
จริงๆ พับผ่าสิ!!

แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่ร่างสูงอย่างต้องการความแน่ใจว่าไม่ได้อุปปาทานไปเอง
และภาพที่พบก็ทำให้แน่ใจเสียจนอยากจะกระโดดลงหน้าต่างเอาหัวโหม่งพื้นโลก
เสียดายแต่อยู่ชั้นห้าซะนี่

ยูสุเกะฟื้นแล้ว...
แบบนี้น่าจะยิ้มอย่างดีใจหรือปั้นหน้าเอ๋อดี 

แน่นอน เคตะเลือกอย่างหลัง

“เมื่อ...กี๊...นาย..ทำอะไร”   เสียงแหบพร่าดังมาจากเจ้าคนชอบฝืนที่ลุกขึ้นมานั่งช้าๆ
แต่ริมฝีปากนั้นกลับขยับรอยยิ้ม อย่างที่คนเพิ่งตื่นจากอาการปวดหัวไม่น่ากระทำ

“กะ..ก็..ก็แค่วัดไข้เท่านั้นเอง....”   เคตะหลบสายตาแถมตอบเฉไปนู่น..
ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่า วัดไข้บ้านไหนก็ไม่มีใครเค้าจูบกัน

 “หืม... ทีหลัง...ถ้าจะทำ...ทำตอนชั้นตื่น..สิ” 
น้ำคำยังบ่งบอกความช่างแกล้งของยูสุเกะคนเดิม
ขนาดไม่ค่อยมีแรงยังแผลงฤทธิ์ให้เคตะสับสนขนาดนี้
แล้วนี่ถ้าเต็มสตรีมจะขนาดไหน (ได้ข่าวว่าพยายามเต็มสตรีมไปหลายหนแล้ว)

แต่ยังไม่ทันร่างบางจะได้หันมาต่อปากต่อคำอย่างพยายามแก้อาการเขิน
ยูสุเกะก็หมดแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อร่างใหญ่ที่พยายามจะลุกขึ้นมานั้นทรุดฮวบ
ลงไปนอนหอบแฮ่กๆอย่างคนเหนื่อยนัก

“เจ้าบ้า ลุกขึ้นมาทำไม นอนลงไป”  เคตะรีบเข้ามาจัดที่จัดทางให้ยูสุเกะนอนลงดีๆ
แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมือใหญ่รวบข้อมือเค้าไว้เสียจนแน่น

โอ๊ะโอ...
คลื่นความอึดอัดแผ่กระจายเป็นวงกว้างแบบไม่ไหลย้อนกลับเสียด้วยสิ

“ปละ...ปล่อยสิ...”   เคตะอึกอัก...แย่ล่ะสิ..

“ไม่...ชั้นร้อน เช็ดตัว..ให้หน่อยสิ”  

“!!!!!!??????”

คำขอที่ทำเอาคนถูกขอหน้าแดงแป๊ดอย่างกะทันหัน นึกอยากจะเอาโต๊ะประเคน
ใส่หน้าไอ้คนตรงหน้าให้สลบลงไปนอนต่ออีกรอบซะจริงๆ

นั่นคือคำขอจากคนไม่สบายอย่างนั้นเรอะ!!!

“...นะ เมื่อกี๊ก็ทำไปแล้วนี่”

“นายรู้!!!!!????" เคตะขึ้นเสียงสูง นึกอยากทึ้งผมตัวเองขึ้นมาเต็มแก่

อ้ากกกกกกกก งั้นแบบนี้ไอ้จูบนั่นก็คงไม่เหลือ!!!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ห้องกรรมการนักเรียน..

“เอ่อ....พวกนาย   ไม่คิดจะไปดูอาการพี่ชายชั้นซักหน่อยเรอะ”
ฮิซาโตะถามเจ้าพวกเพื่อนๆที่สมัครใจพากันหนีเรียนมาสุมหัวอยู่ที่ห้อง

มันก็ดี..ที่มาช่วยกันทำงาน...แต่ว่าคนเป็นประธานไม่สบาย
แล้วพวกมันยังจะมานั่งหน้าเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกันอยู่ได้

“ก็แล้วคนเป็นน้องทำไมไม่ไปอะ”
ริวอิจิย้อนได้ตรงเป้า ก่อนที่ฮิซาโตะจะหัวเราะ หึๆ แล้วโบกพัดไปด้วย

“ไปทำไม..ขัดจังหวะพวกนั้นเอาเปล่าๆ”

“ก็เหตุผลเดียวกันนั่นแหล่ะ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่เข้าใจ......ไม่เข้าใจ!!

ทำไมชั้นต้องมารับหน้าที่เป็นพยาบาลจำเป็นดูแลเจ้าหมอนี่ด้วย
น้องชายมันหายหัวไปไหน ครูห้องพยาบาลหายไปไหน!

ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม
ทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

เสียงกรีดร้องโหยหวนเสียยิ่งกว่าผีแบนชี
แต่จะกรีดร้องไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน
เพราะเจ้าตัวคงต้องตะโกนในใจต่อไป

แผ่นอกกว้างชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร่างบางค่อยๆเช็ดช้าๆ
เป็นจังหวะยังกะไสไม้...

เคตะรู้สึกได้..ถึงสายตาของคนที่นั่งจ้องมองมาทุกการกระทำของเขา
สายตาที่ทำให้คนอย่างทาจิบานะ เคตะ ถึงกับอยากจะเป็นบ้า

มะ..มือแข็งไปหมดแล้ว..

“อยะ...อย่ามองชั้นแบบนั้นสิ มันเช็ดตัวให้ลำบาก”

“หืม...แบบไหนเหรอ” 
น้ำเสียงถามกลับอย่างจริงใจ แต่จริงแท้แล้วหน้ากากเรียบๆที่เอามาขึ้นมาใช้
ที่หน้ามันใกล้หลุดครืนแล้ว! 

ยูสุเกะกำลังพยายามข่มอารมณ์...จริงๆอาการก็ดีขึ้นมาก
แต่อย่างว่า..โอกาสงามแว้บผ่านเข้ามา มีหรือจะไม่คว้าให้โง่

“ก็แบบที่นายกำลังมองชั้นอยู่นี่ไงเล่า เลิกส่งรังสีประหลาดๆมาซักทีเซ่!”
เคตะตวาดแว้ด แทบเขวี้ยงผ้าใส่หน้าไอ้บ้านี่!

“นายรู้เหรอ...”

“อะไร!”

“นายรู้สึกสินะ”

“รู้สึกอะไร!”

“อ้ะ!!” แขนเล็กถูกคนตัวใหญ่กว่าดึงให้เข้าไปใกล้
ร่างสูงกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มอ่อนหวาน ด้วยข้อความที่คนฟังถึงกับอ่อนไหว

“ก็ความรู้สึกของชั้นไง..”

-END PART 9-

.

.

.


ฟิกข้างบนนี้ อย่าไปสนใจเลย อาย ฮ่าๆๆ
แต่ที่แน่ๆ เมื่อไหร่จะได้แต่งต่อ.... -*- 
ไม่สิ ใครมันเป็นคู่เด่นกันแน่
ไม่ใช่.. ไอคุงกูหายไปไหน!
ไม่! เมื่อไหร่มันจะจบซักทีวะเนี่ย!

ลองอ่านนี่ดูเล่นๆดีกว่า อะไรก็ไม่รู้...

“หา!? ย้ายมาผิดโรงเรียน!?”

“ครับ..เค้าทั้งคู่เพิ่งกลับมาจากนิวยอร์ก และรู้สึกว่าคนติดต่อย้ายเข้ามาโรงเรียนในญี่ปุ่นจะทำการผิดพลาดไปซักหน่อย ไอบะ ฮิโรกิ และ คอนมะ ทาคุยะ ทั้งสองคนนี้จริงๆแล้วต้องอยู่ที่นิชิเซย์รุครับ และที่สำคัญ พวกเค้าเลื่อนชั้นมาในปีสามนะครับ พวกเค้าตอนนี้ต้องอยู่ปีสามของนิชิ ไม่ใช่ปีหนึ่งของฮิงะ”

“เอ๋....ตกลงผิดขนานใหญ่เลยสิเนี่ย”

“แต่ถึงกับต้องมาเองเลยนะครับ กับแค่นักเรียนคนสองคนในบรรดาสองแสนกว่า..
สองคนนั้นสำคัญมากเลยหรือครับ”

“ก็แน่ล่ะฮะ เพราะไอบะซังน่ะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการฝ่ายใต้ของนิชิเซย์รุตั้งแต่ยังไม่ได้เข้ามาในญี่ปุ่นเลยนี่ครับ
ส่วนคอนมะซังน่ะ ถูกเลือกชื่อให้เป็นสมาชิกของกรรมการฝ่ายเหนือไปแล้ว”

“เปิดเรียนมาได้สามอาทิตย์แต่หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของกรรมการนักเรียนทั้งสองฝ่ายกลับไม่ยอมมาเรียน ก็ต้องมารับเป็นธรรมดาล่ะครับ”

“ผมรู้สึกดีใจจริงๆที่ไม่ใช่ประธานฝ่ายเหนือมา แต่เป็นคุณมาแทนนะครับ” 
ฮิซาโตะเอ่ยยิ้มๆก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อ
ไม่อยากจะนึกถึงภาพยามเปลี่ยนชุดกรรมการที่มาวันนี้เป็นอีกชุด..

กลุ่มกรรมการฝ่ายเหนือของนิชิเซย์น่ะ..คุยด้วยยากจะตาย...

กลุ่มกรรมการฝ่ายเหนือ ใครก็ไม่รู้...

พอเถอะ ก่อนจะงงไปมากกว่านี้ เห่อๆๆ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอะเอะ อ่านแล๊น ถึงจะไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้านี้ ขอเมนท์อันนี้ก่อนนะก๊ะ 555+

ชอบภาษาพี่เนม อ่านแล้วสนุก แล้วก็รู้สึกกระชับดี cry อั้ยย

ป.ล. พี่เนมเอาความรักสี่สี่มาลงกะฟิคนี้ใช่มั้ยก๊ะ
ป.ล.ล. อ่านคำว่า คอมมะ แล้วขำอย่างไร้เหตุผล
ป.ล.ล.ล. วัดไข้ตอนแรก ทำไมไม่ให้เป็น 44องศาไปเลย? (ตายพอดี กร๊าก งั้นเอา 40 ก็ได้น้ะ 5555+)
#1  by  ハル♪☆haru*? At 2008-03-25 00:32, 
อ๊ากกกก เป็นปลื้มม หลังจากที่รอคอยมา 2 ปี (ก๊ากกกก)
กระโดดกอดน้องเนม จุ๊บ ๆๆๆ *แหวะ เสียงสะท้อนจากเนม*
-ถ้าจูบล่ะก็ จะสามารถเป็นไข้แทนคนๆนั้นได้ -
* หื่น *
เคตะเคะได้ใจ แต่อ่านตอนนี้จิ้น 2 แฝดไม่ออก
ภาพพจน์มันเปลี่ยนไปปปป เอา แฝดใส ๆ หน้าตาละอ่อน ๆ กลับคืนมานะ *กรี๊ดร้องโวยวาย*
ไอบะคุง กับคอมมะ จะอะไรเก่งขนาดนั้น *มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการณ์ใช่ใหม*
กลุ่มกรรมการฝ่ายเหนือของนิชิเซย์น่ะ คือใคร บอกมานะ

เฝ้ารออ่านตอนต่อไป (เป็นแฟน Fic เรื่องนี้อย่างเหนียวแน่น 55)
#2  by  CanonD At 2008-03-25 08:48, 
ว้าวว

แต่งฟิคด้วยอ่ะ เก่ง ๆ ><

#3  by  ★☆KyuubixUsagi At 2008-03-25 18:30, 
ถึงจะไม่เคยอ่านมาก่อนแต่ก็อ่านเหมือนกันค่ะ หุหุ
อั๊ยยยย อ่านแล้วรู้สึกว่าอั๊งมาก(เม้นท์อะไรวะ)
รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ(เอาความดีใจที่สอบไม่ติดมาลงกะฟิคหมดแล้ว)
ฮื้อออ อยากอ่านตอนก่อนหน้านี้จังงงงง *-*

มันอิฮั๊ง อั่งอั๊ง น่าอ้าก โฮกฮาก ฮึ้ยยย บอกไม่ถูกแล้วเค่อะ(บ้าไปแล้วแน่ๆเลยเรา - -)
#4  by  [Sora] -Mode: XS Forever- At 2008-03-25 18:40, 

<< Home