[Fic] Symphony Part - Intro - [Ag-pair]
posted on 02 Nov 2007 21:12 by ikumi in TENIPURI
Symphony
Intro...
แสงแดดสีส้มอ่อนส่องกระทบคอร์ทเทนนิส
เงาสีดำยาวของเน็ทพาดทาทับไปกับพื้นเป็นลายตาข่ายสีดำสนิทขึงกางอยู่บนพื้นสนาม
ตะวันใกล้ลับฟ้า ถึงได้ส่องแสงสว่างสุดท้ายราวบอกลาและต้อนรับค่ำคืนนี้
เด็กหนุ่มผมสีเงินกระโดดลงมาจากบันไดภายในอาคารสูง เสื้อนอกถูกถอดพาดไว้กับแขน
พร้อมกับสะพายกระเป๋า มือกระชับไทค์จนแน่น ในขณะวิ่งไปตามพื้นระเบียงทางเดิน
ในยามปกติ ถ้าวิ่งแบบนี้คงจะถูกว่า แต่เขาไม่สน
ในเมื่อนี่ไม่ใช่เวลามาห่วงว่าพื้นมันจะเจ็บหรือจะทรุดลงมาตอนไหน
อากาศเย็นปะทะเข้ากับใบหน้าเมื่อหลุดพ้นจากตัวอาคาร
ผมสีเงินเป็นประกายระยับยามต้องแสงตะวันที่ลาลับขอบฟ้า
พร้อมกับที่เจ้าตัวมองบรรยากาศเบื้องหน้าแล้วก้มมองนาฬิกาก่อนจะสบถอย่างหัวเสีย
ลมเย็นๆพัดกิ่งไม้ไหว ใบไม้พลิกพลิ้วปลิวตกลงไปบนขอบสนาม
เสียงลูกบอลกระทบฝาผนังดังเป็นระยะอยู่ในบริเวณใกล้
สลับไปกับเสียงฝีเท้าและเสียงหวดไม้ที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ประตูห้องชมรมยังเปิดกว้าง แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ตรงฝั่งริมสนามยังเปิดค้างไว้
เด็กหนุ่มเบิกตากว้างก่อนจะถอนใจหนักๆแล้วรีบวิ่งตรงดิ่งไปยังจุดที่ยังเกิดเสียง
เขา...ยังอยู่จริงๆ...
“ชิชิโดะซัง!” เจ้าตัวตะโกนเรียกเมื่อเห็นคนตรงหน้า
เด็กหนุ่มในชุดฟอร์มชมรมที่กำลังตีลูกเทนนิสโต้เข้ากับกำแพงชะงัก
แล้วหันกลับมามองยังต้นเสียง เขาถอนหายใจยาวแล้วก้มลงเก็บหมวกสีน้ำเงิน
ที่ตกอยู่บนพื้นสนามขึ้นมาปัดๆแล้วสวมลงบนหัว
“ไง โจทาโร่ ซ้อมไวโอลินเสร็จแล้วเหรอ” คนตรงหน้าเอ่ยทักพลางหยิบผ้าขนหนูสีขาว
ขึ้นมาซับหน้า สองคิ้วคู่นั้นขมวดน้อยๆ เมื่อเหงื่อเย็นไหลอาบจนผ้าซึมชื้น...
เหมือนจะเพิ่งรู้ตัว เพราะเสื้อเองก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นกัน
โจทาโร่ วิ่งเข้าไปใกล้ด้วยสีหน้าราวกับจะร้องไห้
“ทำไม ถึงยังอยู่อีกล่ะครับ”
“หืม”
“ทั้งๆที่ผมมาช้าขนาดนี้รุ่นพี่จะกลับไปก่อนก็ได้นี่ครับ ไม่ใช่อยู่ซ้อมคนเดียวจนมืดป่านนี้”
เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าหม่นๆ รู้ตัวดีว่าตัวเองผิดที่ปล่อยให้คนตรงหน้ารอถึง 4 ชั่วโมง
จนมืดค่ำ ทั้งที่เวลาแบบนี้ควรจะกลับบ้านไปแล้ว แต่คนตรงหน้ากลับเลือกที่จะรอจริงๆ
ถึงได้มาเล่นเทนนิสฆ่าเวลา
“หา? ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ นายบอกว่านายจะมา แล้วชั้นก็รู้ว่านายต้องมา”
เขาตอบราวกับไม่ใส่ใจเท่าไหร่ มือเรียวก้มลงเก็บแร็คเกตใส่กระเป๋าแล้วเงยหน้าขึ้นมา
“เฮ้ ทำหน้าแบบนั้นทำไมเล่า เอ้า กลับกันเถอะ”
“...ผมขอโทษ...ผมควรจะโทรมาบอกรุ่นพี่ก่อนแท้ๆ”
น้ำคำยังฟังดูสลด ความรู้สึกผิดยังเจือไม่หาย
วันและเวลาแบบนี้ ไม่มีกิจกรรมชมรมด้วยซ้ำ คนๆนี้มาเล่นคนเดียวอยู่นานแค่ไหนนะ
อากาศหนาวขนาดนี้ แถมมืดขนาดนี้.. ถ้าโทรบอกก่อนก็ดีหรอก..
กวาดสายตามองร่างเล็กตรงหน้าแล้วก็ต้องถอนหายใจ
รู้ ว่าคงสนุกและชอบที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ฝืนแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยละมั้ง
โจทาโร่คิดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าแล้วเอื้อมไปซับให้
“เหงื่อท่วมเลยนะครับ ระวังเป็นหวัดนะฮะ”
อากัปกิริยาที่คนตัวเล็กกว่าถึงกับสะดุ้งแล้วพาลรีบปัด
“อะ.. ไม่เป็นไร ชั้นเช็ดเองได้ เดี๋ยวขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” ชิชิโดะรีบก้มลงไป
หยิบกระเป๋า และเหมือนกับจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเสียดายของคนข้างๆ
ส่ายหัวน้อยๆสองสามที แล้วยกกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ เหลือบตามองเด็กรุ่นน้องที่ยังทำท่า
หงอยๆ แถมยังยืนก้มหน้าสำนึกผิดในสิ่งที่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรซักนิด
หูกับหางของนายน่ะมันลู่ตกลงมาหมดแล้ว...
ถอนหายใจแรงๆอีกทีแล้วหันหลังให้ ก่อนจะเดินออกไปนอกสนาม
แต่ยังไม่ทันไรก็หยุดก้าว เขาหันกลับมามองหน้าคนตัวสูงกว่า ก่อนจะพูดช้าๆชัดๆ
“........ให้รอแบบนี้ทุกวัน ชั้นไม่เอาด้วยหรอกนะ เล่นเป็นคู่นะเฟ้ย ไม่ใช่เล่นเดี่ยว
จบงานนั่นเมื่อไหร่ ถ้ากลับมาเล่นแล้วฝีมือนายตก ระวังเถอะ จะหลุดจากตำแหน่งตัวจริง”
ดวงตาแน่วแน่ส่งผ่านก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วว่าต่อ..
“ซ้อมใหญ่ออเคสตรา มือหนึ่งอย่างนายเค้าคงจะปล่อยให้วางมือจากไวโอลินนั่นหรอกนะ
ชั้นเองก็เล่นไปเรื่อยๆ นานแล้วที่ไม่ได้ซ้อมคนเดียว มันก็ฝึกสมาธิได้ดีเหมือนกัน”
เขาเว้นวรรค..
“แล้วอีกอย่าง ชั้นก็ไม่ได้รอนานอะไรขนาดนั้นซักหน่อย”
น้ำเสียงฟังห้วน แต่แฝงความอ่อนโยนอยู่ลึกๆ กับคำพูดปลอบอ้อมๆ
โจทาโร่ยิ้มน้อยๆ พลางมองตามคนที่พูดจบก็รีบเดินหายเข้าไปในห้องชมรม
ชิชิโดะซังเป็นคนเจ้าอารมณ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยโกรธหรือต่อว่าในเรื่องที่สมควรทำ
ใครที่ทำในสิ่งที่ควรทำ เขาไม่เคยหัวเราะอย่างดูถูกหรือทำท่าทางตัดพ้อเลยซักครั้ง
นี่คือ..ความใจดีของชิชิโดะซัง...
ขายาวๆก้าวตามเข้าไป ก่อนจะวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้..แล้วยืนพิงฝาผนังห้อง
เอนหัวซบเข้ากับข้างฝาก่อนจะได้ยินเสียงฝักบัวกับเสียงน้ำไหลที่ดังมากระทบโสตหู
สลัดความคิดหลากหลาย ก่อนไถลครูดลงมานั่งกองที่พื้น
ให้ตาย....
เขาดีใจ...ดีใจที่ได้รู้จักคนๆนี้
ดีใจที่ได้พบ ดีใจที่ได้คุย ดีใจที่ ได้เล่นคู่ด้วย..
แต่ทว่า...
นิ้วมือยาวปราดเข้าไปชิดใบหน้า
ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะได้เคียงข้าง...
เงยหน้ามองเพดานห้องแล้วหลับตาราวพยายามสะกดกั้นอารมณ์ให้มันกลืนหายลงไป
กับความรู้สึกเล็กๆที่เพียรพยายามรั้งไว้ ไม่ให้มันแผ่ขยายกว้างเกินไปกว่านี้..
ชิชิโดะเปิดประตูห้องอาบน้ำออกมาแล้วรีบคว้าชุดนักเรียนมาใส่
ก่อนจะเดินมาหาคนที่รออยู่อีกห้อง โดยที่บนหัวของเจ้าตัวยังมีผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมอยู่
เขาก้มมองคนตรงหน้าที่นั่งหลับตาอยู่กับพื้นอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยทัก
“เฮ่ย หลับแล้วเรอะ”
“อ้ะ” คนใกล้หลับรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะฉีกยิ้มแล้วหัวเราะแห้งๆ
“อาบเสร็จแล้วเหรอครับ”
ทีนี้จากที่ก้มเลยต้องกลายเป็นแหงนมองแทน...
“..................เออ ไปกันได้แล้ว”
“อ้ะ เดี๋ยวครับ ออกไปทั้งอย่างนี้ก็เป็นหวัดน่ะสิฮะ เช็ดผมให้แห้งก่อนดีกว่า”
ไม่ว่าเปล่า เจ้าเด็กรุ่นน้องเอื้อมมือมาคว้าผ้าขนหนูไปถือแล้วดึงตัวเขาเข้ามาใกล้ๆ
ก่อนจะลงมือเช็ดผมให้ทั้งอย่างนั้น
อีกแล้วสิ!
“เฮ้ย! ไม่ต้อง ชั้นเช็ดเองได้ ปล่อย!!” ทั้งผลัก ทั้งดิ้น ใบหน้าแดงก่ำเพราะตั้งตัวไม่ติด
ไม่คิดว่าเด็กตรงหน้าจะดึงตัวเขาไปได้ง่ายๆอย่างนั้น
มันแปลกไม่ใช่รึไง!
โจทาโร่ปล่อยมือแทบจะในทันที
“ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะลามปาม” ท่อนเสียงฟังตะกุกตะกัก
ใบหน้าเจ้าตัวดูตกใจพอกัน ก่อนจะแปรเป็นสีซีดแล้วพาลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกแล้ว
บ้าจริง! เขาลืมตัวอีกแล้ว
โจทาโร่หลับตาแน่นพลางก้มหน้านิ่งอย่างยอมรับผิดในความอุกอาจของเขา
ชิชิโดะเลิกคิ้วมองดูสีหน้าเด็กตรงหน้าที่กำลังเลิ่กลั่ก และสลดในเวลารวดเร็ว
“ผมขอโทษ...” เสียงแผ่วๆดังมาจากเด็กที่ก้มหน้ายืนอยู่อย่างนั้น
อีกล่ะ ยังกับเห็นหูกับหางลู่ตกลงมาจริงๆอย่างงั้นแหละ
เฮ้อ....เห็นแบบนี้เลยด่าไม่ออกเลยแฮะ
“ไม่เป็นไร ชั้นแค่ไม่ชอบให้ใครมาจับหัวน่ะ” ชิชิโดะโบกมือปัดๆอย่างพยายามไม่ใส่ใจ
ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกมานอกห้องชมรม
ไม่แน่ว่า หมอนี่อาจจะถูกที่บ้านเลี้ยงดูมาอย่างนี้ เลยเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมัน
….แต่เขาไม่ได้ถูกเลี้ยงมาแบบนั้นนี่หว่า จะให้เคยชินด้วยมันก็แปลกๆ
เหลือบสายตาไปมองรุ่นน้องที่มันยืนคอตก พลางปิดประตูห้องชมรม
คิ้วกระตุกหงึกๆ อย่างเริ่มฉุน ในสภาพของไอ้เด็กที่มันตัวโตกว่าเขาแต่ดันยืนห่อหลัง
เฮ่ออออ ดูไม่ได้เลยเว้ยยยยยย
“โจทาโร่! กับอีแค่เรื่องแค่นี้อย่าทำท่าหงออย่างกับผู้หญิงแบบนั้นเซ่ มันดูไม่ได้!”
“อะ อึก ดูไม่ได้อย่างงั้นหรือครับ T^T”
………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
สองข้างทางตลอดไปจนสุดทางถนนถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟ
ร้านค้าต่างๆในเมืองดูจะเริ่มจัดเตรียมงานเทศกาลวันคริสต์มาสที่เริ่มจะใกล้เข้ามาทุกที
ปีนี้ก็คงคึกคัก โดยเฉพาะงานโรงเรียน เฮียวเทคงจะจัดงานได้ยิ่งใหญ่เหมือนเคย
อากาศเริ่มหนาวเมื่อแสงดาวเริ่มส่องสว่าง แต่คนข้างๆกลับมีอารมณ์กรุ่น...จนร้อน
โจทาโร่เหล่มองคนที่เดินข้างๆ อย่างพยายามจับอารมณ์ของเขา
ชิชิโดะซังอารมณ์ไม่ดี เวลาแบบนี้ห้ามทำให้โกรธเป็นอันขาด คิดพลางชะลอฝีเท้าลง
“นี่”
“ครับ!! ”
“อะไรของนาย ทำไมต้องเสียงดังด้วย”
“มะ....ไม่มีอะไรครับ แค่ตกใจ”
ชิชิโดะขมวดคิ้วก่อนจะยักไหล่ไม่สนใจแล้วว่าต่อ
“นาย เป็นคริสต์หรือเปล่า”
“เอ๋..? เปล่าครับ”
“…เหรอ”
นิ่งไปพัก เมื่อรุ่นพี่เริ่มก้าวเดินต่ออย่างไม่ใส่ใจ ถึงต้องยืนประมวลผลคำถามใหม่
แล้วรีบวิ่งตามอย่างสงสัยในคำถาม
“ถามแบบนี้ทำไมเหรอครับ ชิชิโดะซัง”
ชิชิโดะหันมามองหน้าเขา
“เปล่า ก็แค่เห็นนายเป็นพวกจับต้องตัวชาวบ้านเค้าง่ายๆ ก็เลยคิดว่าอาจถูกเลี้ยงมา
แบบพวกฝรั่ง แต่ไม่รู้จะถามยังไง”
คำตอบที่คนฟังถึงกับสะอึกอึ้ก! นี่เค้าแสดงท่าทีโจ่งแจ้งเกินไปขนาดนั้น!
สมองหมุนวนรีบคิดหาคำตอบ เมื่อสายตาคาดคั้นจากคนโดนแตะต้องอยู่บ่อยๆ
จ้องเค้นมาอย่างเร่งให้ตอบคำถาม
เหงื่อแตกทั้งที่ไม่ใช่ฤดูร้อน..
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ก็….ตามที่คิดนั่นแหล่ะครับ”
………………………………………………………
คนถามคำถามเดินนำไปหลายช่วงก้าวแล้ว แต่คนตอบยังคงยืนถอนใจเฮือก
อย่างเพิ่งรอดตายมาหมาดๆ ในใจหวนนึก ถึงคำตอบเมื่อครู่ที่จริงๆยังมีอีกมากกว่านั้น
“แต่…ก็แค่กับคุณคนเดียวเท่านั้นแหล่ะครับ”
ตอบเบาๆให้เพียงตัวเองได้ยิน ก่อนจะยิ้มน้อยๆ
สายตาทอดมองแผ่นหลังของคนตรงหน้า นิ่ง..นาน…
รอยยิ้มคลายลง เมื่อหัวใจมันย้ำเตือน
รู้ ว่าผิดที่คิดแบบนี้ รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่ถึงอย่างนั้น ทุกวันนี้เขาก็มีความสุข
ความรู้สึกนี้ชั่วชีวิตคงไม่มีทางบอกออกไปได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่เป็นไร
ก่อนจะถึงวันที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยๆ...
ขอตักตวงความสุขเล็กๆนี้เอาไว้ให้เต็มอิ่ม แล้วเขาจะลบมันทิ้ง เพื่อคนๆนี้
“ขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นล่ะครับ แค่ช่วงนี้เท่านั้น..”
To be continue..
---------------------------------------------------------------------------------








เป็นคนประเภทของรวบรวมสิ่งเล็กๆน้อยๆรอบกายมาเป็นความสุข และไม่กล้ารุกมากเพราะกลัวความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอน
)

.
.
.
.
แต่ชิชิโดะซังสวยกว่า
#1 By :nakare: on 2007-11-02 22:13